• slide1
  • slide2
  • slide3

บทความของมิชชั่น ฉบับที่ 36

มรณสักขี พลังแห่งความเชื่อ
ของพระศาสนจักร


          ธรรมประเพณีของพระศาสนจักรคาทอลิกเราอย่างหนึ่ง ก็คือ การเคารพบรรดามรณสักขี เรื่องนี้เกี่ยวข้อความเชื่อตอนหนึ่งที่ว่า “ความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวของผู้ศักดิ์สิทธิ์” และทางลัดของการเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์คือ “การเป็นมรณสักขี” กล่าวคือ การยอมสละชีวิตเพื่อความเชื่อ...

1
17 cross Van Toun
2 Rome with Filoni
3 conference Bishop van Tuaon
4 fr.Rolan Laos
5 Gathering Students
6 San Paolo Collegio
7 Meet Secret CCS
Drawing
IMG_9163
01/10 
start stop bwd fwd


          ในหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะในเอเชีย มีมรณสักขีมากมาย ทั้งที่ประกาศเป็นทางการแล้วและยังไม่ได้ประกาศ พระศาสนจักรสนับสนุนการเคารพผู้ศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะผู้ที่ตายเพราะความเชื่อเป็น “มรณสักขี” ซึ่งถือเป็นวีรกรรมสูงสุดของชีวิตคริสตชน เพราะถ้า “ชีวิต” มีค่าสูงสุด และเสียสละชีวิตเพื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้นย่อมมีค่ามากกว่าชีวิต และบรรดามรณสักขีก็ได้ยืนยัน “ความเชื่อ” เหล่านั้น นั่นคือ ความเชื่อของพระศาสนจักรที่คริสตชนได้ประกาศ


          ในทุกปีจะมีวันแพร่ธรรม ส่วนใหญ่ตกในเดือนตุลาคม ซึ่งช่วยกระตุ้นเตือนพระศาสนจักร ได้ตระหนักถึงงานประกาศพระวรสาร ในเดือนตุลาคม ปีหน้านี้ (2019) พระสันตะปาปาประกาศล่วงหน้าว่า ให้เป็นเดือนแห่งการกระตุ้นจิตตารมณ์ธรรมทูตทั้งเดือน ไม่ใช่แค่วันเดียว ทำให้องค์กรต่าง ๆ ของพระศาสนจักร สภาพระสังฆราชทั่วโลกเริ่มเตรียมกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อตอบรับในเรื่องนี้


          ทางสมณองค์กรเพื่องานธรรมทูตของสันตะสำนัก (PMS) ได้เตรียมเรื่องนี้ โดยจัดสัมมนาเชิงศึกษาเกี่ยวกับ “มรณสักขีในเอเชีย” (Martyrs in Asia) โดยเชิญตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ มาร่วมสัมมนา โดยก่อนมาให้เตรียมเรื่องราวของมรณสักขีในประเทศของตน โดยแบ่งเป็นหัวข้อสองส่วนคือ ส่วนแรกนำเสนอชีวิตของบรรดามรณสักขี ชีวิตและคุณธรรมต่าง ๆ ส่วนที่สองนำเสนอการไตร่ตรองในแง่เทววิทยา คือ ชีวิตของพวกเขาที่มีอิทธิพลต่อพระศาสนจักร สังคม ในประเทศนั้น ๆ ซึ่งจุดนี้ทำให้เห็นว่า ชีวิตและวีรกรรมของบรรดามรณสักขีช่วยกระตุ้นชีวิตชีวาให้กับพระศาสนจักรได้อย่างไร


          การสัมมนาจัดที่ศูนย์นานาชาติเพื่อการส่งเสริมกิจกรรมธรรมทูต (CIAM) อยู่ภายในมหาวิทยาลัยอูรบาเนียนา กรุงโรม มีตัวแทนจากหลายชาติเข้าร่วมจากเอเชีย แต่ที่น่าแปลกใจว่า ผู้มาสัมมนาส่วนใหญ่ไม่ใช่คนในชาตินั้น อย่างผม มาในนามประเทศกัมพูชา คพ.คลาวดิโอ แบร์ตุกโช (OMI) มาในนามประเทศไทย คพ.โรลองซ์ จากค์ (OMI) ชาวฝรั่งเศส มาในนามประเทศลาว คุณไซมอน ฆราวาสชาวอังกฤษ มาในนามประเทศญี่ปุ่น คุณพ่อชาวเวียดนามแต่มาจากปารีส ยกเว้นเกาหลีประเทศเดียวที่มาจากเกาหลี จึงน่าสังเกตว่าพระศาสนจักรเรามีความช่วยเหลือกันและกัน พระพรของพระจิตเจ้าที่แต่ละคนมี สำหรับการทำงานเรื่องนี้จากประเทศที่แตกต่างกัน


          บรรดามรณสักขีในประเทศต่าง ๆ ส่วนใหญ่เกิดจากผู้ปกครองในสมัยนั้นเบียดเบียน อย่างเช่นที่ญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นประเทศที่มีมรณสักขี (ที่ประกาศแต่งตั้งแล้ว) มากที่สุดในเอเชีย คือ 436 คน ส่วนที่เวียดนามมีนักบุญมรณสักขีที่ประกาศแล้ว 117 คน แต่ที่ถูกเบียดเบียนตายโดยไม่มีเอกสารข้อมูลนับเป็นแสนคน ประเทศไทยเรานำเสนอมรณสักขีทั้ง 8 คน โดยเฉพาะวีรกรรมที่สองคอน และ คพ.นิโคลัส บุญเกิด ในเอเชียกลาง เพิ่งประกาศไม่นานมานี้ คือ พระสงฆ์องค์หนึ่งในประเทศคาซัคสถาน เป็นระดับบุญราศีเช่นเดียวกับไทยและลาว มรณสักขีที่ลาว เพิ่งเป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นไม่นาน (1950-1970) และน้องใหม่ที่สุดที่กำลังดำเนินเรื่องมรณสักขีอยู่คือ จากประเทศกัมพูชา


          งานของพวกเราส่วนใหญ่นำเสนอถึงผลที่เกิดขึ้นจากมรณสักขีที่เวียดนามและที่เกาหลี จำนวนคาทอลิกเพิ่มขึ้นอย่างมาก ตัวอย่างของบรรดามรณสักขี กระตุ้นคริสตชนในยุคปัจจุบัน ให้ดำรงชีวิตในความเชื่ออย่างมั่นคง ปัญหาท้าทายที่พระศาสนจักรหลายแห่งกำลังประสบ คือ การเบียดเบียนสมัยใหม่ที่ไม่ได้มาฆ่าเราโดยใช้ความรุนแรง แต่เป็นค่านิยมของสังคมใหม่ สังคมแห่งความเห็นแก่ตัว สุขนิยม วัตถุนิยม ที่ค่อยๆ ทำลายความเชื่อของคริสตชนยุคปัจจุบันอย่างเงียบ ๆ นอกจากนี้ การสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างพระศาสนจักรท้องถิ่นกับอำนาจรัฐ ในบางประเทศอยู่ในความสัมพันธ์อันเปราะบางและละเอียดอ่อน บางประเทศมีปัญหาเรื่องศาสนานิยมของรัฐที่พยายามจำกัดหรือบางที่ถึงกับกำจัดคาทอลิกให้หมดไป


          อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างและคำภาวนาของบรรดามรณสักขี ยังคงท้าทายความเชื่อของคนรุ่นหลัง ผมได้ยกตัวอย่างของความรักแบบผู้เลี้ยงแกะที่ดีของพระคุณเจ้าชัมมา ซาละ คพ.จำเริน คพ.ซาลึม และ คพ.ลาปัง ซึ่งล้วนแต่ตัดสินใจอยู่ต่อในประเทศกัมพูชา โดยไม่หนีไปนอกประเทศ และอีกหลายคนที่ยอมสละชีวิตเพราะความเชื่อ


          ผมมาโรมครั้งนี้ ยังพกเรื่องสำคัญอีกสองสามเรื่อง คือ จดหมายรายงานที่ต้องส่งมอบให้พระคาร์ดินัลฟิโลนี สมณมนตรีกระทรวงประกาศพระวรสารฯ ซึ่งพระคาร์ดินัลก็ยอมเสียสละเวลามาถึงสถานที่สัมมนา และพูดคุยกับผมนิดหน่อย ก่อนจะมอบรายงานจากพระคุณเจ้าโอลีเวียร์ให้กับพระคาร์ดินัล ฯพณฯ ได้ให้กำลังใจบรรดาธรรมทูตที่ทำงานท่ามกลางความหลากหลาย แต่ให้สร้างพระศานจักรของพระคริสต์อย่างเต็มที่


          ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือ การนำจดหมายเสนอรายชื่อผู้ที่อาจจะเป็นมรณสักขีได้ 14 คน จากเดิม 35 คน ให้ทางกระทรวงประกาศแต่งตั้งนักบุญได้อนุญาตให้ดำเนินเรื่องต่อไปได้ (Nihil Obstat) โดยไม่มีข้อขัดข้องใด ๆ และอีกจดหมายคือไปยังสำนักงานซีโนดพระสังฆราช เกี่ยวกับการเตรียมร่วมประชุมซีโนดในปี 2018 นี้ และผมก็ทำสำเร็จลุล่วงไปทุกอย่าง


          แต่งานที่ต้องทำต่อหลังจากนี้ยังมีเรื่องที่ต้องท้าทายอีกมาก โดยเฉพาะในเรื่องกระบวนการแต่งตั้งเป็นมรณสักขีในกัมพูชา ด้วยความจำกัดหลายด้าน ทั้งบุคลากร พยาน และเอกสารต่าง ๆ อย่างเดียวนอกเหนือจากความพยายามของมนุษย์ คือ พระประสงค์ของพระเจ้าที่จะทำให้ชีวิตของมรณสักขี เป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจสำหรับพระศาสนจักรท้องถิ่นที่กัมพูชา


          ในระหว่างอยู่โรมไม่กี่วันนี้ ผมได้มีโอกาสได้เยี่ยมบรรดานักศึกษาไทย ซึ่งกำลังหน้าดำคร่ำเครียดกับการสอบปลายภาคอยู่ เราได้แบ่งปันพูดคุยให้กำลังใจกันและกัน และสุดท้ายก่อนกลับได้ไปเยี่ยมคุณพ่อไตรรงค์ มุลตรี นักศึกษาอีกท่านหนึ่งของคณะธรรมทูตไทยที่ไปเรียนที่เมืองปาดัว


          บางครั้งเราก็บอกไม่ได้ว่า พระเป็นเจ้าจะวางเราไว้ตรงไหน หรือให้ทำอะไร? สิ่งที่ผมเรียนรู้ คือ การนบนอบต่อความต้องการของพระศาสนจักรท้องถิ่น ผ่านทางผู้ใหญ่ คือ สิ่งที่เราธรรมทูต ต้องทำด้วยความเต็มใจ...

เอกสารเกี่ยวกับงานแพร่ธรรม

เว็บบล็อกวัดในความดูแล

TMS Facebook page

วิดีโอ 25 ปี คณะธรรมทูตไทย

รายการ Power of Love การทำงานแพร่ธรรมกับกลุ่มชาติพันธ์ ของศูนย์คาทอลิกแม่จัน เชียงราย

รายการ Power of Love เปิดเสกวัดนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ แม่สาย

Power of Love in Cambodia ธรรมทูตไทยในกัมพูชา ตอนที่ 1

Power of Love in Cambodia ธรรมทูตไทยในกัมพูชา ตอนที่ 2

Power of Love in Cambodia ธรรมทูตไทยในกัมพูชา ตอนที่ 3

สถิติผู้เข้าชม

Today12
Yesterday15
Week39
Month282
All26609

Currently are 27 guests and no members online


Kubik-Rubik Joomla! Extensions