• slide1
  • slide2
  • slide3

บทความของมิชชั่น ฉบับที่ 34

ปัสกาและปีใหม่ไทยลาวเขมร


          ผ่านไปอย่างรวดเร็วสำหรับวันหยุดยาวประจำปีอย่างเป็นทางการ คือวันสงกรานต์ หรือวัน ปีใหม่ไทย ซึ่งเป็นถือว่าเป็นวันปีใหม่ของชาวลาว พม่า และกัมพูชาด้วย สำหรับไทยเรา นอกจากจะ มีบรรยากาศของกระแสบุพเพสันนิวาส ช่วยหนุน ให้มีการแสดงออกทางประเพณีไทยโบราณอย่าง มากแล้ว อย่างเช่น การแต่งกาย การพูดจา แต่ก็ยังทำให้เกิดประเพณีทางสังคมต่างๆตามมาด้วย เช่น การเดิน ทางท่องเที่ยว การเยี่ยมเยียนพ่อแม่ญาติพี่น้อง การจับจ่ายซื้อของฝาก เป็นต้น

IMG_6951
IMG_6968
IMG_6969
IMG_7002
IMG_7171
1/5 
start stop bwd fwd


          “การรดน้ำดำหัว” ที่ดูจะเป็นเรื่องการแสดงออกหลักของสงกรานต์บ้านเรานั้น ที่กัมพูชา ก็มีเหมือนกัน แต่จะเป็นการรดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ คือ รดทั้งตัวเหมือนอาบน้ำให้เลย ส่วนการสาด น้ำกันจริงๆ จังๆ นั้น จะมีแต่ตามสถานที่จัด เช่น ที่นครวัด ได้จัดงาน “อองโกมหาสงกรานต์” ซึ่งมีทั้งผู้ใหญ่ทางบ้านเมือง และดารา รวมทั้งประชาชนต่างไปร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ส่วนการสาด กันตามท้องถนน ยังไม่มีแพร่หลายไป นั่นคงเป็นเพราะ ชาวกัมพูชาจะไม่สาดน้ำ ให้กับคนที่ไม่รู้จัก และธรรมเนียมการขอรดน้ำให้กันและกัน ก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย


          ผมได้จัดการสงกรานต์ ในเขตวัด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องประเพณีที่เราควรรักษาไว้ แม้ว่า ในช่วงปิดปีใหม่เขมรจะเป็นช่วงที่เมืองหลวงค่อนข้างเงียบสงัด เพราะเป็นการหยุดยาว (ถนนโล่ง เหมือนเมืองไทยเป๊ะ) แต่คนที่เหลืออยู่ก็พยายามมาวัดและร่วมกิจกรรม สิ่งที่ผมทำได้คือ บูชาขอบพระคุณ และมีการรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ ขอสมาโทษ และขอพร ซึ่งปีนี้จัดเป็นปีที่สาม แล้ว ซึ่งมีการฟ้อนรำตามประเพณีจากกลุ่มระบำอีกด้วย


          อากาศช่วงนี้เป็นช่วงร้อนสุด แต่ก็มีฝนลงมาบ้างบางวัน ผมสังเกตว่า ถ้าต้นไม้ใบหญ้า ที่บ้านเราก็มีการเติบโตขึ้นเป็นพิเศษ ผลไม้เมืองร้อนบางอย่าง ก็ออกผลให้เก็บเกี่ยว ถ้าเป็นในยุโรป หรืออเมริกาเหนือจะเห็นบรรยากาศแบบนี้ชัดเลยว่า คือ ฤดูใบไม้ผลิ เครื่องหมายของฤดูใบไม้ผลิ คือ “ชีวิตใหม่ และการเติบโต” ดังนั้น ปัสกาจึงถูกจัดให้อยู่ในช่วงนี้ แม้ว่า จะไม่ตรงวันกันทุกปี เหมือน วันสงกรานต์ เพราะปัสกาถูกโยงตามปฏิทินจันทรคติ คือ ยึดพระจันทร์ เป็นการนับปฏิทิน เหมือน กับ วันตรุษจีน ซึ่งต่างจากวันสงกรานต์ (วันที่ 13 ของไทย วันที่ 14 ของเขมร เมษายน) หรือวันปีใหม่สากล (วันที่ 1 มกราคม)ได้ยึดเอาวันตามสุริยคติ


          ในโอกาสนี้ พระคุณเจ้าโอลีเวียร์ ได้นำข้อคิดจากสมณลิขิตเตือนใจจากพระสันตะปาปา ฉบับใหม่ ชื่อ จงชื่นชมยินดีเถิด (Guadete et Esultate) เรื่อง การเรียกสู่ความศักดิ์สิทธิ์ ในโลกปัจจุบัน โดยนำเรื่อง ความสุขแท้ ซึ่งเป็นหัวข้อของพระวรสารในมิสซาปีใหม่เขมรด้วย มาอธิบายเพิ่มเติม พระคุณเจ้าให้เรา กลับไปบ้าน โดยนำความศักดิ์สิทธิ์ไปสู่สังคม ด้วยความสุขแท้ จริงแบบที่พระเยซูสอน


          ย้อนกลับมาที่ปัสกาในปีนี้ ซึ่งมาเร็วกว่าช่วงปีใหม่ ปัสกาจึงถูกเสริมเติมเต็มจาก วันสงกรานต์ อย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ การมีความชื่นชมยินดี ในวิธีชีวิตแบบใหม่ของผู้มีความเชื่อ อย่างเช่น ถ้าวันปีใหม่ เราขอพรจากเทพเทวดา เราก็สามารถเปลี่ยนเป็นการขอพรพระเจ้า ที่ได้ส่งพระเยซูมาเป็นผู้ประทานชีวิตใหม่ให้แก่เรา... ส่วนประเพณีของมนุษย์ คือ การรดน้ำดำหัว เราก็สามารถขอโทษท่าน และขอพระพรของพระให้กับผู้เฒ่าผู้แก่ ในทางกลับกัน ผู้เฒ่าผู้แก่ ก็อวยพรลูกหลานได้เช่นเดียวกัน


          ปัสกาในปีนี้ ทั้งประเทศกัมพูชา มีผู้รับศีลล้างบาปผู้ใหญ่ ราวๆ 150 คน เฉพาะที่พนมเปญ มีเกือบ 80 คน และเขตวัดผมมี 7 คน พระคุณเจ้าโอลีเวียร์ มาเป็นประธานในพิธี ซึ่งมาเป็นประจำ ทุกปี สัตบุรุษมาร่วมมิสซา เกือบพันคน เพราะปีนี้ ไม่ตรงกับวันปีใหม่เขมร


          คริสตังค์ใหม่เล่านี้ แม้จะมีสิทธิรับศีลกำลังได้เลย แต่ทางวัดจะให้พวกเขารับ พร้อมกัน กับผู้เตรียมรับศีลกำลังอีกชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกหลานคริสตังค์ ที่เป็นเช่นนี้ เพราะต้องการให้ พวกเขาได้รับการสอนคำสอนอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับศีลกำลังต่อไปอีก


          เพราะเรื่องการสอนคำสอน เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเหมือนงานของฝ่ายสนับสนุนการประกาศ พระวรสาร เพราะเมื่อมีคนสนใจข่าวดี สิ่งที่เขาจะได้รับคือ การสอนคำสอน อย่างมีชีวิตชีวา ซึ่งเรื่องนี้ นับว่าเป็นเรื่องท้าทายในยุคปัจจุบันมาก เพราะส่วนใหญ่คำสอนจะเกิดขึ้นได้ มาจาก พื้นฐานความเชื่อในครอบครัวอย่างแท้จริง แต่ที่ว่าท้าทาย เพราะแต่ก่อนเริ่มก่อตั้งวัด เราต้องเอารถ ไปรับเด็กๆมาเรียนคำสอน ในวันอาทิตย์ และแต่ละปีที่ผ่านไป ก็ค่อยๆ ลดการไปรับส่งแบบนี้ลง จนกระทั่ง ปัจจุบันนี้ ไม่มีการรับส่งอีกต่อไปแล้ว เพราะขาดทั้งรถ ขาดทั้งคนขับ ผลก็คือ ผู้มาเรียนที่ลดน้อยลงไปเช่นกัน


          นอกจากนี้ก็มีความท้าทายเรื่องการขาดครูคำสอน ซึ่งมีกันเกือบทุกวัด แต่อย่างไรก็ตาม เราพยายามจะให้คริสตังค์ใหม่ ได้รับการอบรม ซึ่งต้องช่วยสร้างบรรยากาศในวัด ในครอบครัว ให้กับพวกเขา เป็นตัวช่วยส่งเสริมด้วย และนี่เป็นงานที่เราธรรมทูตต้องพยายามหาหนทางกันต่อไป


          ในโอกาสนี้... ผมขออวยพรพี่น้องผู้อ่าน ให้มีความชื่นชมยินดีในความเชื่อเสมอ ให้ปีใหม่นี้ มีแต่สุขกายสบายใจ มีปัญหาใดๆ ก็สามารถก้าวพ้นผ่านไปด้วยดี มีพระองค์อยู่เคียงข้างเสมอ...

ทำวัตรกับคณะธรรมทูตไทย

เอกสารเกี่ยวกับงานแพร่ธรรม

เว็บบล็อกวัดในความดูแล

TMS Facebook page

วิดีโอ 25 ปี คณะธรรมทูตไทย

รายการ Power of Love การทำงานแพร่ธรรมกับกลุ่มชาติพันธ์ ของศูนย์คาทอลิกแม่จัน เชียงราย

รายการ Power of Love เปิดเสกวัดนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ แม่สาย

Power of Love in Cambodia ธรรมทูตไทยในกัมพูชา ตอนที่ 1

Power of Love in Cambodia ธรรมทูตไทยในกัมพูชา ตอนที่ 2

Power of Love in Cambodia ธรรมทูตไทยในกัมพูชา ตอนที่ 3

สถิติผู้เข้าชม

Today40
Yesterday57
Week40
Month1416
All25399

Currently are 4 guests and no members online


Kubik-Rubik Joomla! Extensions