• slide1
  • slide2
  • slide3

พระเมตตาอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ตอนที่ 6

พระเมตตาอันยิ่งใหญ่ของพระเป็นเจ้า ตอนที่ 6

       ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เองระหว่างปี ค.ศ. 1987-1988 ข้าพเจ้าได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ป่วยด้วยโรคเอดส์(ผู้ติดเชื้อเอชไอ วี)เป็นครั้งแรก ข้าพเจ้าได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนผู้ป่วยโรคเอดส์จากการอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ จากผู้มีอำนาจในฝ่ายของกรมสุขภาพและอนามัย ข้าพเจ้ารู้สึกสงสารพวกเขาเหล่านั้น มีทั้งบรรดาชาวหนุ่มหญิงสาวที่กำลังนอนรอความตาย ข้าพเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าควรจะทำบางสิ่งบางอย่าง ที่สุด ข้าพเจ้าได้เช่าบ้านหลังหนึ่งสำหรับพวกเขา มีนักศึกษาจากบางมหาวิทยาลัยได้เข้ามาช่วยเหลือข้าพเจ้าด้วย และต่อมาพวกเราก็ได้สร้างบ้านเล็กๆหลังหนึ่งให้สำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์เหล่า นี้ ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณโบสถ์ โดยมีอดีตรักร้องประจำห้องอาหารมาเป็นอาสาสมัครช่วยดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์ เหล่านี้ ในช่วงเวลานั้นยังไม่มียาต้านเอชไอวีหรือยาที่มาช่วยบรรเทาอาการผู้ป่วยโรค เอดส์แต่ประการใด นอกจากอาศัยความจริงใจและความซื่อสัตย์จากหัวใจของพวกเราเองในการอุทิศตน การให้อาหารที่ดีแก่พวกเขา การให้พวกเขาได้มีโอกาสออกกำลังกาย และ ให้พระวาจาของพระเป็นเจ้าเป็นยาบำรุงเยียวยารักษาพวกเขา

        ที่โรงพยาบาล เราได้พบกับคุณโสมนัส ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งมีอายุประมาณ 30 ปี เขาถูกส่งมาหาพวกเราที่นี่โดยกรมราชฑัณฑ์จากการที่เขาติดคุกอยู่ในเรือนจำ และติดเชื้อเอชไอวี เขาดูเหมือนว่ากำลังป่วยอยู่ในระยะสุดท้าย และเขาก็ยังเป็นคนที่มีหน้าตาขลึมขลังและดุร้ายน่ากลัวพอสมควร เขาเป็นผู้ค้ายาเสพติดและเป็นผู้ติดยาเสพติดด้วย กรมราชทัณฑ์ไม่ต้องการที่จะให้เขากลับเข้าไปในเรือนจำอีก และทางโรงพยาบาลก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะส่งเขาไปที่ไหนต่อ นางพยาบาลได้ถามข้าพเจ้าว่า บ้านของเราสามารถที่จะรับคุณโสมนัสนี้ไปพักอาศัยอยู่ในบ้านพักสำหรับผู้ป่วย โรคเอดส์ของเราได้ไหม ข้าพเจ้าและนักศึกษาที่ทำงานอยู่กับข้าพเจ้าก็ยินดีและตกลงที่จะรับเขาเข้า มาพักอาศัยอยู่ในบ้านของเรา

      ทุกๆวัน ข้าพเจ้าจะถามคุณโสมนัสว่า “คุณต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปไหม?” เขาก็มักจะให้คำตอบเดิมๆกับข้าพเจ้าเสมอว่า “ไม่, ผมอยากตาย” ที่สุด ข้าพเจ้าได้พาเขาไปหาคุณแม่ของเขาเพื่อที่จะขอให้คุณแม่ของเขาได้อภัยให้กับ เขาในความผิดต่างๆที่เขาได้กระทำไปต่อคุณแม่ของเขา แต่คุณแม่ของเขาไม่ต้องการที่จะพบเขาและเห็นหน้าเขา เขามีแผลเหวอะหวะใหญ่ที่บริเวณด้านหลังของเขา ทุกๆวันข้าพเจ้าจะต้องล้างแผลและใส่ยาให้กับเขา คุณโสมนัสไม่เคยยิ้มและไม่เคยทำสิ่งใดเลย เขาต้องการเพียงแค่ยาเสพติดและความตาย ข้าพเจ้าจึงได้เริ่มเทศน์สอนเขาให้รู้ว่าพระเยซูเจ้าทรงรักเขามากเพียงใดและ พระเยซูเจ้าทรงได้รับบาดแผล ความทุกข์ทรมานและความเจ็บปวดเหมือนกับเขาและมากยิ่งกว่าเขาสักเพียงใด และพระองค์พร้อมที่จะให้อภัยความบาปผิดทั้งหมดของเขาและให้ชีวิตใหม่กับเขา เพียงแค่เขาจะต้องต้อนรับองค์พระเยซูคริสตเจ้าเข้ามาสู่ชีวิตของเขา ที่สุด ดูเหมือนว่ามันเป็นอัศจรรย์ของพระเป็นเจ้าที่ทรงกระทำกับเขา คุณโสมนัสได้ตัดสินใจที่จะต้อนรับองค์พระเยซูเจ้าโดยการเรียนคำสอน จนที่สุดข้าพเจ้าได้ทำพิธีล้างบาปให้กับเขาและได้ตั้งชื่อใหม่ให้เขาว่า “ร็อค”

      วันหนึ่งเมื่อข้าพเจ้าอยู่ที่เชียงใหม่ ระหว่างการประชุม หลังจากสองหรือสามวันของการประชุมข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์จากผู้ร่วมงานของ ข้าพเจ้าที่กรุงเทพฯว่าคุณโสมนัสกำลังจะตายแล้ว แต่เขาบอกว่าเขาจะยังไม่ตาย จนกว่าเขาจะเห็นข้าพเจ้าอยู่กับเขา เขาพยายามต่อสู้อย่างสุดขีดกับโรคร้ายนี้เพื่อรักษาชีวิตของเขาเองและร้อง ตะโกนชื่อของข้าพเจ้าอย่างเสียงดัง และที่สุด ข้าพเจ้าก็ได้ซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวแรกของวันนั้นและรีบเดินทางจากเชียง หม่กลับไปที่กรุงเทพฯ เมื่อข้าพเจ้าเดินทางไปถึงภายในบริเวณโบสถ์ นักศึกษาคนหนึ่งรีบวิ่งมาหาข้าพจ้าและพาข้าพเจ้าไปหาคุณโสมนัส เมื่อข้าพเจ้าไปถึงข้าพเจ้าได้ถามเขาว่า “โสมนัส เธอต้องการที่จะมีชีวิตอยู่หรือต้องการที่จะตาย?” เขาตอบข้าพเจ้าว่า “ผมอยากจะมีชีวิตอยู่” ข้าพเจ้าจึงบอกเขาไปว่า “ใช่ เธอสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แต่เธอสามารถที่จะให้อภัยคุณแม่ของเธอได้ไหม?” เขาตอบว่า “ครับ ผมสามารถ” แล้วข้าพเจ้าถามต่อไปอีกว่า “เธอสามารถที่จะให้อภัยพวกตำรวจได้ไหม?” เขาก็ตอบว่า “ครับ ผมสามารถ” ข้าพเจ้าจึงถามเขาต่อไปอีกว่า “เธอสามารถที่จะให้อภัยคุณแม่ของเธอและทุกๆคนที่เธอได้ทำร้ายเขาจากความประพฤติไม่ดีของเธอได้ไหม?” เขาก็ตอบด้วยสายตาที่สว่างสดใสว่า “ครับ ผมสามารถ” และข้าพเจ้าได้ถามเขาอีกครั้งหนึ่งว่า “เธอสัญญาว่าจะประพฤติตัวดีและเป็นคนดีสำหรับทุกคนหรือไม่?” เขาตอบข้าพเจ้าด้วยรอยยิ้มที่เบิกบานแจ่มใสว่า “ครับ ผมให้สัญญา” ข้าพเจ้าจึงพูดกับเขาว่า “ถ้า เป็นเช่นนี้แล้ว เธอก็จะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปจนตลอดนิรันดร และเมื่อเธอขึ้นไปพบกับพระเป็นเจ้าพระบิดาของเรา กรุณาบอกพระองค์ให้ทราบถึงปัญหาต่างๆที่เราพบเจอในแต่ละวันในโลกนี้ด้วย และวอนขอพระองค์โปรดกรุณาช่วยพวกเราด้วย” เขาก็ตอบข้าพเจ้าว่า “ครับ ผมจะทำตาม” หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็ได้เข้าไปสวมกอดเขา และเขาก็ได้สวมกอดข้าพเจ้าด้วยร่างกายที่เหลือแค่กระดูก บอบบาง ซึ่งเกือบทำให้ข้าพเจ้าเกิดอาการช็อคตายไปด้วยเหมือนกัน ข้าพเจ้าจึงพูดกับเขาว่า “โสมนัส เธอเกือบจะทำให้พ่อเกิดอาการช็อคตายไปแล้วนะเนี่ย เธอต้องการที่จะพาพ่อขึ้นไปบนสวรรค์กับเธอเหรอ?” แล้วเขาก็อ้าแขนของเขาออกและร้องหัวเราะออกมาอย่างดังว่า อ่ะ อ่ะ อ่ะ อ่ะ อ่ะ และเขาก็ได้สิ้นใจอย่างสงบ

        พวกเราทุกคนที่บ้านพักผู้ป่วยเอชไอวี(โรค เอดส์)มีความสุข ได้หัวเราะ ได้ยิ้มแย้มแจ่มใส มีช่วงเวลาที่พิเศษและมีบรรยากาศที่พิเศษเป็นเวลานานพอสมควร บรรยากาศแบบนี้ได้เกิดขึ้นในบ้านพักผู้ป่วยโรคเอดส์ของเราเป็นเวลาหลายวันพอ สมควร จนพวกเราเกิดมีคำถามถามกันว่า “ทำไมพวกเราถึงได้มีความสุขและสนุกสนานกันมากขนาดนี้ไม่เหมือนแต่ก่อนเลย?” ข้าพเจ้า คิดว่า บางทีคุณโสมนัสอาจจะขึ้นไปอยู่บนสวรรค์กับพระเป็นเจ้าแล้วและได้สวดภาวนา วิงวอนขอต่อพระเป็นเจ้าเพื่อพระองค์จะได้ทรงอวยพระพรแก่พวกเราตามที่พวกเรา ได้ขอเขาไว้ก่อนที่เขาจะจากโลกนี้ไป

เอกสารเกี่ยวกับงานแพร่ธรรม

เว็บบล็อกวัดในความดูแล

TMS Facebook page

วิดีโอ 25 ปี คณะธรรมทูตไทย

รายการ Power of Love การทำงานแพร่ธรรมกับกลุ่มชาติพันธ์ ของศูนย์คาทอลิกแม่จัน เชียงราย

รายการ Power of Love เปิดเสกวัดนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ แม่สาย

Power of Love in Cambodia ธรรมทูตไทยในกัมพูชา ตอนที่ 1

Power of Love in Cambodia ธรรมทูตไทยในกัมพูชา ตอนที่ 2

Power of Love in Cambodia ธรรมทูตไทยในกัมพูชา ตอนที่ 3

สถิติผู้เข้าชม

Today9
Yesterday5
Week47
Month154
All34252

Currently are 4 guests and no members online


Kubik-Rubik Joomla! Extensions